ถูกออกแบบมาเพื่อใช้งานทั่วไป เช่น ไปจ่ายตลาด
ใช้ขี่ไปทำงาน-ใช้งานทั่วไป ที่เราเรียกว่าจักรยานแม่
บ้าน ส่วนมากจักรยานประเภทนี้จะถูกออกแบบมาให้
สามารถใช้งานได้ง่าย ไม่มีฟังชั่นอะไรมากมายเพื่อ
ง่ายต่อการบำรุงรักษา อาจจะเพิ่มออฟชั่นเข้าไปบ้าง
เช่น ไฟส่องสว่าง บังโคลน หน้า-หลัง ราคาจะไม่ค่อย
แพงมากนัก คนทั่วไปซื้อมาเพื่อการดำรงชิวิต
2. จักรยานพับ (Folding)
จักรยานพับได้เป็นจักรยานที่ถูกออกแบบมาเพื่อที่ว่าเมื่อไม่ใช้งาน ก็สามารถพับเก็บได้ในขนาด
ที่หลากหลายมาก และมีขนาดเล็กกว่าจักรยาน
ทั่วไปบางคันมีเกียร์ ขนาดล้อก็มีหลายขนาด
จักรยานพับมีข้อดีมากมาย สำหรับการพับให้
เล็กลงตามที่สามารถพับขึ้นและเกี่ยวกับการขน
ส่งสาธารณะไปยังอาคารและสำนักงาน ที่จักร
ยานธรรมดาไม่ได้รับอนุญาตให้เข้า มีความ
สะดวกในเมืองที่มีปัญหาจราจร จักรยานพับ
สามารถเก็บไว้ในแฟลท ไม่กีดขวางพื้นที่ใช้
สอย ง่ายต่อการยกขึ้น-ลงบันได ลิฟท์หรือรถ
3. จักรยานฟิกซ์เกีย (Fixed Gear)
ลักษณะคล้ายกับจักรยานที่ใช้สำหรับแข่งขันประเภทลู่
มาดัดแปลงเพื่อใช้บนถนนทั่วไป เป็นจักรยานไม่มีเกียร์
คือ จะมีเฟืองหลังเพียงอันเดียวและที่สำคัญมันฟรีเท้าไม่
ได้ ปัจจุบันจะเห็นเด็กวัยรุ่นนิยมหันมาขี่จักรยานฟิกเกียร์
กันเยอะพอสมควร จักรยานฟิกเกียร์ที่ใช้บนท้องถนน
นั้นได้เข้ามาในเมืองไทยหลายปีแล้ว โดยเฉพาะนักเรียน
ที่ไปเรียนต่างประเทศมักนำจักยานฟิกเกียร์มาด้วย
4. จักรยานเสือภูเขา (Mountain)
เป็นจักรยานที่ถูกออกแบบมา เพื่อใช้งานแบบออฟโรดเช่น ใช้ขี่ขึ้นเขา ขี่ตามทางที่ค่อนข้างวิบาก หรือถนน
ลูกลังจึงถูกออกแบบให้มีความแข็งแรงมากกว่าจักรยาน
ประเภทอื่นๆ อุปกรณ์จะเยอะมาก เช่น มีโช้คหน้า-หลัง
เกียร์เยอะ ราคาจะแพงกว่าจักรยานประเภททั่วไปมาก
เริ่มตั่งแต่หลักพัน-หลักแสน วัสดุที่ใช้ผลิตมีตั้งแต่เหล็ก
จนถึงรดับคาร์บอนไฟเบอร์
5. จักรยานทางไกล (Touring)
เป็นจักรยานที่ถูกออกแบบสำหรับการขี่ท่องเที่ยวโดยเฉพาะจะคล้ายกับจักรยานเสือหมอบ แต่จะเน้นให้ผู้ขี่
นั้นได้รับความสะดวกสบายมากกว่า จักรยานทางไกล
จะมีจุดยึดเพื่อที่จะสามารถติดตั้งอุปกรณ์ที่จำเป็นใน
การเดินทางเข้าไป เช่น กระเป๋าสัมภาระและอุปกรณ์ที่
จำเป็นเรียกว่าแบกสัมภาระ ดังนั้นจักรยานประเภทนี้
จะงมีความแข็งแรงพอสมควร ทำไห้จักรยานมีน้ำหนัก
ค่อนข้างเยอะกว่าจักรยานประเภทอื่นๆ


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น